คุณคือ VIP

V = Very เวรี่

I = Important อิมพอแท่น

P = Person เพอเซิ่น

Very Important Person 

เวรี่ อิมพอแท่น เพอเซิ่น 

บุคคลที่สำคัญเป็นอย่างมาก

ดังนั้นเราจึงดูแลลูกค้าทุกท่านอย่างเต็มความสามารถ จริงใจ ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมาก

รีวิวภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่คุณไม่ควรพลาด ปี 2019

SPIDER-MAN : Far From Home​

ในฐานะหนังร่วมจักรวาล Marvel ถือว่าทำออกมาได้ตามมาตรฐานครับ ดูสนุก แอคชั่นดี แต่ถ้ามองในฐานะหนังธรรมดาเรื่องนึง ผมมองว่า FFH คือหนัง Coming Of Age ที่เล่าเรื่องการเติบโตของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ได้เข้มข้นและขยี้อารมณ์ได้ดีในระดับนึงเลย พูดง่ายๆ คือหนังมีอะไรที่น่าสนใจกว่าหนังที่ผ่านๆ มาของ Marvel ครับ
เรื่องราวของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่พยายามหลีกหนีจากภาระหน้าที่ของสไปเดอร์แมน ด้วยการเดินทางไปพักผ่อนที่ยุโรปกับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน แต่แล้วทริปพักผ่อนของเขาก็ถูกพรากไประหว่างทาง เมื่อ นิค ฟิวรี่ ผู้ชอบทำลายช่วงเวลาดี ๆ ของทุกคนด้วยแผนปกป้องโลกของเขาปรากฏตัวออกมาเพื่อจ้างสไปร์ดี้ไปไฝว้กับมอนสเตอร์จากนอกโลกที่บุกมารุกรานแดนยุโรป
ถ้าคุณชอบภาคแรก หรือว่าเป็นแฟนหนัง Marvel ขอบอกว่าเรื่องนี้ห้ามพลาดครับ เป็นหนังที่มีอะไรมากกว่าแอคชั่นแน่นอน แน่นอนครับว่าผมก็ไม่ได้ปลาบปลื้มภาคแรกอะไรมากขนาดนั้น(คือก็ชอบอยู่ แต่พอมาดูซ้ำแล้วก็ไม่ได้สนุกเท่ารอบแรก) ภาคแรกมันก็สนุกแหละครับ ประเด็นการเติบโตก็เล่าได้โอเค แต่ในด้านแอคชั่น CG หรือในด้านบท ยังคงอยู่ในระดับปกติของ Marvel แต่ว่าภาคนี้ผมว่าประเด็นหนังก็ยังหยิบเรื่องการเติบโตมาเล่าอยู่ แต่ผมว่าภาคนี้หนังเล่าได้ดีและจริงจังกว่าภาคแรกครับ ถึงแม้หนังจะไม่ได้หม่นอีโมเท่า Endgame แต่ผมก็ยังสัมผัสได้ถึงความจริงจังของเส้นเรื่องและบทหนังได้ ต้องขอชื่นชมทีมเขียนบท Chris McKenna และ Erik Sommers อีกทั้งผกก. Jon Watts ยังคุมหนังได้เก่งครับ หนังมีทิศทางที่น่าสนใจและเล่าเรื่องสมูธดี ถือว่าเก่งครับ
ผมว่าส่วนหนึ่งที่หนังดีเป็นเพราะอิทธิพลของ Endgame ครับ เนื่องจากว่าเรื่องนั้นมันทำเรา down มาก แล้ว FFH ก็ใช้ประเด็นของเรื่องนั้นมาประสมปนเปเล็กน้อย ทำให้มันมีผลทางอารมณ์ของเราครับ ดูแล้วรู้สึกสงสารปีเตอร์ไม่น้อยเลย แต่ใจนึงก็อยากจะเดินเข้าไปในจอแล้วบอกปีเตอร์ว่าให้รู้จักโตได้แล้ว “เพราะถ้าโทนี่มาเห็น เขาคงจะเสียใจมาก”
ในด้านความมันส์ความลุ้นภาคนี้จัดเต็มกว่าภาคที่แล้วครับ เพราะภาคที่แล้วผมค่อนข้างผิดหวังกับแอคชั่นในช่วงท้าย แต่ภาคนี้ผมดูแล้วรู้สึกได้เลยว่าปีเตอร์น่าจะลำบาก และทุกฉากมันดูสนุกและสดใหม่ดีครับ ส่วนที่ผมชอบมากที่สุดในภาคนี้คือตัวละครครับ มันมีพัฒนาการที่น่าสนใจตั้งแต่ต้นเรื่องเลย ผมว่าผมชอบปีเตอร์ภาคนี้มากกว่าภาคที่แล้วนะ ผมว่าภาคนี้ปีเตอร์ดูมีทัศนคติที่โตขึ้น เพราะเขาน่าจะผ่านร้อนผ่านหนาวกับโทนี่มาเยอะ พอไม่มีโทนี่แล้วเขาก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาสามารถเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ สามารถตัดสินใจอะไรได้โดยไม่ต้องขออนุญาตผู้ใหญ่อีกแล้ว อาจจะมีผิดพลาดบ้างแต่ผมว่าโทนี่น่าจะให้อภัย เพราะคนเรามีผิดพลาดกันได้ครับ เราแค่ต้องเรียนรู้และสู้ต่อไป มิสเตอร์ริโอก็เท่ห์กว่าที่คาดไว้เยอะมาก ส่วนตัวละครอื่นๆ ก็ยังน่าสนใจอยู่ครับ เพียงแต่ว่าปีเตอร์จะเด่นกว่าคนอื่นหน่อย
นักแสดงเล่นดีทุกคนครับ ดนตรีของ Michael Giacchino ก็ดีครับ CG ผมว่ายังคงเนียนตาเหมือนเดิม แต่ผมว่าถ้าใครหวังว่ามันจะสนุกมากๆๆๆๆ แบบภาคเก่าๆ ของ Raimi คงต้องปรับความเข้าใจใหม่นะครับ เพราะว่าภาคนี้เน้นตัวละคร แอคชั่นรองลงมา และแปะหน้าด้วยมุขตลก(ที่น่ารักมากๆ) และถ้าใครที่ชอบหนัง Coming Of Age เนี่ย ผมว่า FFH เป็นหนัง Coming Of Age ที่น่าสนใจอีกเรื่องนึงเลย และถ้าใครเป็นแฟน Marvel ก้สามารถดูหนังได้สนุกครับ เพราะผมว่ามันยังสนุกคุ้มกับค่าตั๋วอยู่ดี สำหรับผม ผมชอบมากครับ ไม่ได้ชอบแค่แอคชั่น แต่ชอบทั้งเนื้อเรื่องและตัวละครทุกตัวเลย

เว็บไซต์รีวิวภาพยนตร์ประจำปี 2019