คุณคือ VIP

V = Very เวรี่

I = Important อิมพอแท่น

P = Person เพอเซิ่น

Very Important Person 

เวรี่ อิมพอแท่น เพอเซิ่น 

บุคคลที่สำคัญเป็นอย่างมาก

ดังนั้นเราจึงดูแลลูกค้าทุกท่านอย่างเต็มความสามารถ จริงใจ ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมาก

รีวิวภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่คุณไม่ควรพลาด ปี 2019

Toy Story 4​

เรื่องย่อ.. การเปิดตัวเพื่อนใหม่ของของเล่นที่บอนนี่สร้างขึ้น ทำให้ทุกอย่างวุ่นเมื่อ เจ้าส้อมฟอร์คกี้ สมาชิกใหม่ที่ไม่คิดว่าตนเองคือของเล่น พยามหลบหนี ทำให้หน้าที่หลักของวู้ดดี้และพรรคพวก ต้องคอยเป็นพี่เลี้ยงให้มัน แต่แล้วเมื่อจู่ๆ มันกลับหลบหนีออกจากรถระหว่างที่ครอบครัวบอนนี่เดินทาง เดือดร้อนวู้ดดี้จะต้องตามของเล่นตัวนี้ให้กลับมาเขาที่เข้ารอย

หนังเปิดเรื่องที่ เหตุการณ์ก่อนภาค 3 คลี่คลายปมความสงสัยสำหรับคนดูภาคสามได้ตั้งแต่ต้นเริ่ม และมันเป็นจุดที่เอาเป็นว่า ถ้าใครชื่นชอบเรื่องนี้และผูกพันมากับหนังเรื่องนี้แต่เด็ก แน่นอนว่ามีปล่อยโฮนิดๆกับการคุ้นเคยหรือรู้จักตัวละครนั้นๆ และมันทำได้ดีงามมากๆ ก่อนที่หนังจะตัดกลับมาที่ปัจจุบันแน่นอนแค่เพลงเพื่อนคู่ใจ กับไตเติ้ลภาพประกอบ ก็ทำให้แอดปล่อยโฮได้อีกติดๆรัวๆ รู้สึกจะตัวเองจะเปราะบางอะไรขนาดนั้น หนังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ตัวละครของของเล่นและบอนนี่ผู้เป็นเจ้าของ

เหตุการณ์มันคล้ายๆกับตอนเราดูภาคแรก เมื่อครั้นที่แอนดี้ได้ของเล่นใหม่อย่างบัซไลท์เยียร์ แบบโมเม้นท์ใครแทนที่ใครประมาณนั้น แน่นอนหนังภาคนี้ยังไม่ลืมตัวเอง นั้นคือการเล่าเรื่องการทำหน้าที่เป็นของของเล่น ที่ค่อยดูแลและเล่นเป็นเพื่อนกับเจ้าของที่รัก นั่นคือสิ่งที่ตัวละครนายอำเภอวู้ดดี้เป็น ตั้งแต่ภาคแรก ยันภาคนี้ ก็ยังคงเสมอต้นและเสมอปลาย เขาจึงเป็นตัวละครที่ใครๆที่ติดตามหนังแฟรนไชส์เรื่องนี้ต่างก็พากันหลงรัก เป็นตัวละครที่แสดงถึงความเป็นผู้นำเพื่อนๆ เชื่อมั่นตนเอง และไม่ทิ้งพรรคพวกไว้เบื้องหลัง แม้ว่าภาคนี้จะใส่เหตุผลว่าสิ่งเขาเชื่อมั่น อาจจะเป็นการหลงทางอยู่บ้าง แต่เราผู้ชมจะได้สนุกและเอาใจลุ้นช่วยตัวละครนี้เสมอ ในขณะที่เนื้อหาหนังส่วนใหญ่ จะเป็นตัวละครวู้ดดี้ดำเนินเรื่องเป็นหลัก แน่นอนว่าตัวละครหลักอย่างบัซ กลับรู้สึกจืดจาง แต่ก็คงไม่จืดจางไปกว่าตอนที่เป็นบัซในภาค 3 ไม่ใช่แค่บัซนะ แต่รู้สึกจืดจางหลายตัวมากๆ ตัวละครเก่าๆหลักๆ เพราะเนื่องด้วยการเปิดตัว ตัวละครใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามา แต่มันไม่ใช่เรื่องที่แย่ มันกลับเป็นจุดที่สนุกที่สุดของหนังเลย เพราะหนังเต็มไปด้วยตัวละครที่แสนโคตร!! จะแย่งซีนตลอดทั้งเรื่อง อย่างเจ้าส้อมฟอร์คกี้ หรือคู่หูตุ๊กตาเป็ดและกระต่ายที่พากย์ไทย ได้เสียงที่คุ้นเคย คนเดียวกับคนที่พากย์ลูฟี่ หรือ ตัวละครในหนังมาร์เวลอย่าง ลูอิส จากแอนท์แมน เจ้าของบทพูดยาวเป็นหางเว่า โดนวัคซีนพูดความจริง เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีตัวละครเด่นๆอย่างของเล่นหนุ่มนักบิด ดู๊ค ที่ฉบับเสียงอังกฤษคือ เคียนูรีฟส์(จอห์นวิค)ให้เสียง ซึ่งแย่งซีนและเรียกเสียงฮาได้แทบทุกตัวที่กล่าวมา คือแอดแทบจะลืมให้ความสนใจวู้ดดี้ไปพักใหญ่ แต่ละตัว มันแย่งซีนจริงๆ แถมตัวหนังยังปนไปด้วยEaterEggต่างๆที่Pixarยัดมาอีก และมีฉากชวนน่ากลัวกับเพลงที่คุ้นเคยจากหนังThe Shinning 1980 เพลงmidnight, the star and you มาคลอๆ ชวนยิ้มดี ของการปรากฏตัวละครแก๊ปบี้ ตัวน้ายของภาคนี้ หนังเลือกที่จะดำเนินเรื่องชวนลุ้น ให้เอาใจช่วย แบบที่เคยดูมาตลอดทุกภาค เหมือนเกิดวิกฤต แต่วู่ดดี้กับผองเพื่อนตามแก้เควส กลับทำให้รู้สึกว่าแอบซ้ำซากบ้าง แต่โอเคพอรับได้ มันไม่น่าเบื่อ แม้จะบอกว่าจุดเริ่มของตัวหนังจะทำให้แอดได้ปล่อยโฮบ้าง แต่แอบผิดหวังกับตอนจบของหนังนิดๆ ที่คิดว่ามันจะทำให้ซึ้งได้กว่านี้ ให้ซึ้งได้แบบที่ภาค3เคยทำไว้ แต่มันกลับด้อยกว่า แต่ที่บอกว่าผิดหวังนั้นก็เพราะแอดตั้งความหวังว่าจะเศร้าแบบตอนดูภาค3 ไว้นั่นแหระ แต่พอดูจริงๆ เปล่าเลย มันอยู่ระดับที่ปานกลาง ไม่ร้องไห้ หรือเพราะเสียน้ำตาหมดไปตั้งแต่ต้นเรื่องก็ไม่รู้!! ถ้าตัดเรื่องประเด็นความซึ้งไป การจบแบบนี้ในหนังภาคนี้ไม่ใช่เรื่องแย่ หนังเลือกที่จะใส่บทสรุปของวู้ดดี้ ให้จบแบบที่ควรจบ ซึ่งมันโอเคนะ และ Feel Good มากๆ สมกับคำที่ว่า…สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นจริงๆ เป็นการจบที่ลงตัวจริงๆ แบบสามารถต่อยอดภาคแยกของเหล่าตัวละครจอมขโมยซีนได้

เว็บไซต์รีวิวภาพยนตร์ประจำปี 2019